วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

T-72 UA1

T-72 UA-1

ประเทศ รัสเซีย/ยูเครนทำการอัพเกรด
ลูกเรือ 3 นาย
ขนาด/น้ำหนัก
น้ำหนัก 45 ตัน
ความยาว
ความกว้าง
ความสูง
ระบบอาวุธ
ปืนหลัก 2A46M
ปืนกลต่อสู้อากาศยาน ขนาด 12.7 มิลลิเมตร
ปืนกลร่วมแกน ขนาด 7.62
เครื่องยนต์/ความคล่องแคล่ว
เครื่องยนต์ 5 TDFMA ดีเซล
กำลัง 1050 แรงม้า
ความเร็วสูงสุด 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ถนนลาดยาง)
พิสัย 500 กิโลเมตร
มันเพื่มอะไรมาบ้าง ???
1. เครื่องยนต์ใหม่
2. เกียร์ใหม่
3. แผ่นยาง
4. ถังน้ำมัน
5. เกราะ ERA ใหม่
6. สายพาน



T-64E

T-64E ม้าเหล็กจากยูเครน
ประเทศ ยูเครน
ลูกเรือ 3 นาย
ขนาด/น้ำหนัก
น้ำหนัก 42.7 ตัน
ความยาว 9.23 เมตร
ความกว้าง 3.42 เมตร
ความสูง 2.17 เมตร
เครื่องยนต์/การเคลื่อนที่
เครื่องยนต์ 5TDFE
กำลัง 850 แรงม้า
ข้ามสิ่งกีดขวาง 0.7 เมตร
ความเร็วสูงสุด 65 กม./ชม.
พิสัย 500 กม.
ระบบอาวุธ/เกราะ
ปืนหลัก 2A46-1 125 มม.
ปก. ต่อสู้อากาศยาน BTR-94 23 มม. ลำกล้องคู่
ปก. ต่อสู้อากาศยาน PKT 7.62 มม.
ทั้งสองกระบอกควบคุมด้วยรีโมต
ระเบิดควัน 16 ท่อยิง
เกราะหลัก เหล็กกล้า
เกราะเสริม คาดว่าจะเป็น Nozh ERA & โมดูลล่า
ไม่ต้องอ่านก็ได้แต่อ่านจะดีกว่า
รุ่นนี้จะไม่มีปืนกลร่วมแกน แต่แทนที่ด้วย BTR-94 23 มม. ลำกล้องคู่ ที่เพิ่มความสามารถในการต่อต้านยานเกราะ

Sukhoi Su-7

เครื่องบิน ขับไล่ ซูคอย ซู 7

ประวัติ
ในวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 1953 สำนักงานออกแบบทดลองซุคฮอยได้เริ่มทำการเลียนแบบเครื่องบินขับไล่ F-86 เซเบอร์ของสหรัฐอเมริกา ในฤดูร้อนทางสำนักงานได้เริ่มสร้างเครื่องบินขับไล่ปีกลู่ขึ้นมาเพื่อความได้เปรียบเหนือสมรภูมิ ต้นแบบแรกใช้ชื่อว่า S-1 ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เครื่องยนต์เทอร์โบไอพ่น ไลยูก้า AL-7 และมันกลายเป็นเครื่องบินลำแรกของโซเวียตที่ใช้หางที่แพนได้ทั้งหมด กรวยที่เคลื่อนที่ได้ในช่องรับลมมีไว้เพื่อนำอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์เพื่อทำความเร็วเหนือเสียง เครื่องบินนั้นมีปีกที่ทำมุม 60 องศาและเก้าอี้ดีดตัว
เอส-1 ทำการบินครั้งแรกในวันที่ 7 กันยายน ปี 1955 โดยมีนักบินชื่อเอ. จี. โคเชทคอฟเป็นผู้ควบคุม หลังจากทำการบินมา 11 ครั้งมันก็เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์เอแอล-7 ที่มีสันดาปท้าย ต้นแบบลำที่สองชื่อ S-2 ได้มีการนำระบบไฮดรอลิกมาใช้งาน การทดสอบนั้นยากมากเพราะเครื่องยนต์นั้นไว้ใจไม่ได้และ S-1 ได้ตกลงในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2499 ทำให้นักบินไอ. เอ็น. โซโลคอฟเสียชีวิต เครื่องบินนั้นเข้าประจำการในชื่อ Su-7
ปัจจุบันมี Su-7 ทั้งสิ้น 1,874 ลำที่ถูกผลิตออกมา โดยมี 691 ลำถูกส่งออก
กองทัพอากาศอินเดียได้ใช้ Su-7 บ่อยครั้งในการต่อสู้กับปากีสถานเมื่อปี 1971 ฝูงบิน Su-7 หกฝูงบินของอินเดียทำการบินเกือบ 1,500 เที่ยวในสงคราม และทำหน้าที่โจมตีในตอนกลางวันบ่อยครั้ง กองทัพอากาศอินเดียนั้นใช้ Su-7 อย่างหนัก โดยให้ทำการบินในอัตรานักบิน 6 คนหนึ่งทำการบินถึง 6 ครั้งต่อวัน มีเครื่องบินทั้งหมด 14 ลำที่ถูกยิงตก ส่วนมากมาจากการยิงของปืนต่อต้านอากาศยาน Su-7 ยังได้ยิงเครื่อง เช็งยาง J-6 ที่ผลิตโดยจีนตกหนึ่งลำ หลังจากที่สงครามสิ้นสุดลงก็พบว่าเครื่องบินได้รับความเสียหายจากปืนต่อต้านอากาศเสียส่วนใหญ่ แต่ก็ยังคงบินกลับฐานได้อย่างปลอดภัย มีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอ้างว่านักบินนายหนึ่งได้ยิง F-86 เซเบอร์ลำหนึ่งตก อย่างไรก็ตามไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ในกองทัพอากาศอินเดียเพราะว่าไม่มีการรายงานจากนักบินเอง ในเหตุการณ์คล้ายกันมี Su-7 ลำหนึ่งถูกยิงเสียหายหนักจากขีปนาวุธไซด์ไวน์เดอร์ที่มาจาก MiG-19 การกระแทกทำให้แฟล็บ แพนปีก และขีปนาวุธได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามนักบินก็สามารถกลับฐานได้ ในขณะที่ปากีสถานรายงานว่านักบินถูกยิงตก
ส่วนอียิปห์ได้ไช้ Su-7 ในสงคราม 6 วันและ สงคราม ยมคิปปูร์
ข้อมูลจำเพาะ
Sukhoi Su-7
ขนาด/น้ำหนัก
ความยาว 16.80 ม.
ระยะห่างปลายปีกทั้งสองด้าน 9.31 ม.
ความสูง 4.99 เมตร
พื้นที่ปีก 34 ตร.ม.
น้ำหนักเปล่า 8,330 กิโลกรัม
น้ำหนักพร้อมอาวุธ 13,570 กิโลกรัม
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 15,210 กิโลกรัม
เครื่องยนต์/การเคลื่อนที่
เครื่องยนต์ Lyulka AL-7 F-1 ไอพ่น พร้อมสันดาปท้าย
ให้แรงขับ 14,980 ปอนด์
ความเร็วสูงสุด ที่ระดับน้ำทะเล 1,150 กม./ชม.(0.94 มัค)
2,150 กม./ชม.ที่ระดับความสูง
เพดานบิน 17,600 เมตร (57,740 ฟุต)
การไต่ระดับ : 160 m/s (31,500 ฟุต/นาที)
อาวุธ
ปืนใหญ่อากาศ Nudelman-Rikhter NR-30 2 กระบอก
กระบอกละ 80 นัด
กระเปราะยิงจรวด UB-16-57 U สำหรับยิงจรวดพวก S-5 ทั้งหลาย
ระเบิดนิวเคลียร์ 8U 69 ขนาด 5 กิโลตัน ติดตั้งไว้ไต้ตัวเครื่อง


วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เรือฟริเกต FREEM Bergamini class แห่งกองทัพเรืออิตาลี

เรือฟริเกต FREEM   (2/2)

เรือฟริเกต Bergamini class แห่งกองทัพเรืออิตาลี
ต่อจากคราวที่แล้วเลยนะครับ สำหรับตอนนี้จะเป็นรุ่นของอิตาลีนะครับ

ข้อมูล
คุณลักษณะจำเพาะ
ความยาว 144.6 เมตร
ความกว้าง 19.7 เมตร
กินน้ำลึก 8.7 เมตร 
ความเร็ว 29 น็อต
รัศมีทำการ 7600 ไมล์ ที่ความเร็ว 15 น็อต
ไช้เรดาห์แบบ  MFRA Active electronically scanned array 
อาวุธ 
ปืนใหญ่  OTO Melara 76 มม 1 กระบอก และ OTO Melara 127 มม 1 กระบอก
ท่อยิง ขีปนาวุธนำวิถี พื้น สู่ อากาศ แบบ  SYLVER A50 VLS   สำหรับยิง จรวดนำวิถี พื้น สู่ อากาศ แบบ Aster 15 / 30
ขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ พื้น สู่ พื้น  Teseo\Otomat Mk-2/A  8 ลูก 
ท่อยิงตอร์ปิโดปราบเรื่อดำน้ำแบบ B-515/3
สำหรับยิงตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำแบบ MU 90 torpedoes และ Milas

อากาศยาน
SH-90  2 ลำ หรือ SH-90 และ AW-101 อย่างละลำ

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เรือฟริเกต FREMM Aquiteine Class แห่งกองทัพเรือฝรั่งเศส

เรือฟริเกตFREMM (1/2)
เรือ Aquitaine Class แห่งกองทัพเรือฝรั่งเศส
เรือฟริเกต FREMM เป็นเรือที่ถูกออกแบบโดย Fincentieri และ DCNS / Armaris เพื่อนำเข้าประจำการในกองทัพเรือฝรั่งเศสและอิตาลี โดยเรือลำแรกเป็นของฝรั่งเศสมีชื่อว่า Aquitaine Class ส่วนของอิตาลีมีชื่อว่า Bergemini Class โดยทั้งสองลำมีข้อแตกต่างคือของฝรั่งเศสจะเน้นป้องกันภัยทางอากาศและของอิตาลีจะติดอาวุธทั่วไปและปราบเรือดำน้ำ โดยในปัจจุบันสามารถส่งออกไปได้ 2 ประเทศคือ อียิปต์และ โมร็อคโค เป็นรุ่นปราบเรือดำน้ำทั้งคู่
ข้อมูล (รุ่นฝรั่งเศส)
คุณลักษณะจำเพาะ
ความยาว 142 ม.
ความกว้าง 20 ม.
กินน้ำลึก 5 ม.
ระวางขับน้ำ 6000 ตัน
ความเร็ว 27 น็อต
รัศมีทำการ 6,800 ไมล์ ที่ความเร็ว 15 น็อต
ไช้เรดาห์แบบ
Héraklès multi-purpose passive electronically scanned array
อาวุธ
ท่อยิงขีปนาวุธวุธปล่อยนำวิถี พื้น สู่ อากาศ SYLVER A43 VLS
สำหรับยิง ขีปนาวุธ พื้น-สู่-อากาศ แบบ Aster 15
ปืนใหญ่ OTO Melara 76 mm 1 กระบอก
ท่อยิง ขีปนาวุธ ต่อต้านเรือรบแบบ MM-40 Exocet block 3 สำหรับยิง Exocet จำนวน 8 ลูก
ท่อยิง ขีปนาวุธปล่อยนำวิถี แบบ SYLVER A70 VLS
สำหรับยิง ขีปนาวุธ พื้น สู่ พื้น แบบ SCALP Naval
ท่อยิงตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำ แบบ B-515
สำหรับยิงตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำ แบบ MU 90 torpedoes
FREMM multipurpose frigate class

อากาศยาน
ฮ. NH-90 จำนวน 1 ลำ

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

BTR-50

BTR-50 ยานลำเลียงพลรุ่นโครตโบราณจากโซเวียด
ประเทศ สหภาพโซเวียด
ลูกเรือ 2+20 คน
ขนาด/น้ำหนัก
น้ำหนัก 14.5 ตัน
ความยาว 7.08 เมตร
ความกว้าง 3.14 เมตร
ความสูง 2.03 เมตร
เครื่องยนต์/การเคลื่อนที่
เครื่องยนต์ V-6 ดีเซล
กำลัง 240 แรงม้า
ข้ามสิ่งกีดขวาง 0.5 เมตร
ความเร็วสูงสุด 44 กม./ชม.
ความเร็วสูงสุดบนน้ำ 11 กม./ชม.
อาวุธ/เกราะ
ปืนกล SG-43 7.62 มม.
(อาวุธจะแตกต่างตามรุ่นย่อยนะครับเช่น ของอิสราเอลไช้ปืนกล M-60 ของเซอร์เบียไช้ Zastawa M-86 กับจรวดต่อสู้รถถัง 9M14 Malyutka)
เกราะ เหล็กรีดเย็น เชื่อม ความหนาตั้้งแต่ 7-13 มิลลิเมตร

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

BRDM-2

รถหุ้มเกราะลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก BRDM-2    BTR มินิ ???

ประเทศ สหภาพโซเวียด
ลูกเรือ 4 นาย
ขนาด/น้ำหนัก
น้ำหนัก 7 ตัน
ความยาว 5.75 ม.
ความกว้าง 2.37 ม.
ความสูง 2.31 ม.
เครื่องยนต์/การเคลื่อนที่
เครื่องยนต์ GAZ-41 เบนซิน 8 สูบ
กำลัง 140 แรงม้า
ข้ามสิ่งกีดขวาง 0.4 เมตร
ความเร็วสูงสุด 90 กม./ชม.
ความเร็วบนน้ำ 10 กม./ชม.
พิสัย 750 กม.
ระบบอาวุธ/เกราะ
ปืน KPVT  14.5 มม.
ปืน PKT  7.62 มม.
(ตามรุ่นย่อยเช่น ของโปแลนด์ ติดจรวดต่อสู้อากาศยาน 9K31 Strela-1 บางรุ่นก็ติดจรวดต่อสู้รถถัง 9P122 Malyutka อะไรก็ว่าไป)
เกราะ เหล็กเชื่อม
เกราะเสริม ตามรุ่นย่อย